top of page

Micro Dieseling Effect in Hydraulic Systems : ปรากฏการณ์ไมโครดีเซลลิง ในระบบไฮดรอลิก

ไมโครดีเซลลิง (Micro dieseling) ในระบบไฮดรอลิก คือ ปรากฏการณ์ที่ ฟองอากาศขนาดเล็ก" ที่สะสมหรือปะปนอยู่ในน้ำมันไฮดรอลิก ถูกบีบอัดอย่างรวดเร็วและรุนแรงเมื่อเคลื่อนตัวผ่านเข้าไปยังโซนที่มีความดันสูง จนทาให้เกิดความร้อนในตัวเองสูงมหาศาลและเกิด การระเบิดขนาดจิ๋ว" (Micro explosion) ขึ้นภายในเนื้อน้ำมัน คล้ายกับการจุดระเบิดในห้องเครื่องของเครื่องยนต์ดีเซล
ปรากฏการณ์นี้จัดเป็นรูปแบบหนึ่งของความเสื่อมสภาพของน้ำมันจากความร้อน (Thermal Degradation) ซึ่งส่งผลเสียร้ายแรงต่อทั้งตัวน้ำมัน และอุปกรณ์ไฮดรอลิก

สาเหตุที่ทำให้อากาศหลุดเข้าไปในระบบจนเกิดไมโครดีเซลลิง มีอยู่ 4 สาเหตุ 

  1. รอยรั่วที่ท่อทางดูด (Suction Line Leaks)

      ท่อฝั่งดูด (Suction line) คือท่อน้ำมันช่วงที่ต่อจากถังพัก (Reservoir) เข้าสู่ปั๊มไฮดรอลิก ในขณะที่ปั๊มทางาน ฝั่งดูดจะมีสภาวะเป็นความดันต่ำหรือเป็นสูญญากาศ (Vacuum) หากข้อต่อหลวม, ซีลตามข้อต่อเสื่อมสภาพ, หรือสายไฮดรอลิกมีรูตามดขนาดเล็ก อากาศภายนอกจะถูกแรงดึงนี้ "ดูด" เข้าไปผสมกับน้ำมันกลายเป็นฟองอากาศทันที

Micro Dieseling Effect in Hydraulic Systems ปรากฏการณ์ไมโครดีเซลลิง ในระบบไฮดรอลิก.jpeg

ภาพ รอยรั่วที่ท่อทางดูด (Suction Line Leaks)

   2. ซีลเพลาปั๊มสึกหรอ (Worn Pump Shaft Seals)

     ซีลที่อยู่รอบแกนเพลาของปั๊มไฮดรอลิก (Pump Shaft Seal) มีหน้าที่กั้นระหว่างน้ามันภายในปั๊มกับอากาศภายนอก เมื่อซีลเพลาเริ่มแข็ง แตก หรือสึกหรอจากการใช้งาน ในจังหวะที่เพลาหมุนด้วยความเร็วสูงเพื่อดูดน้ำมัน บริเวณรอบแกนเพลาจะเกิดแรงดูดมหาศาล ทำให้ปั๊มทำหน้าที่เหมือนเครื่องดูดฝุ่นที่คอยดูดอากาศจากชั้นบรรยากาศภายนอกผ่านซีลที่ชำรุดตัวนี้ตรงเข้าสู่ตัวปั๊ม

01.jpeg

ภาพ ซีลเพลาปั๊มสึกหรอ

   3. ท่อน้ำมันไหลกลับติดตั้งไม่เหมาะสม (Improper Return Lines)

     ท่อที่ส่งน้ำมันที่ผ่านการใช้งานจากวาล์วหรือกระบอกสูบกลับลงสู่ถังพักตามหลักการออกแบบที่ถูกต้อง ปลายท่อไหลกลับจะต้องจุ่มอยู่ล่างระดับน้ำมันเสมอ แต่หากท่อนี้ อยู่เหนือระดับน้ำมัน น้ำมันที่ไหลกลับจะตกลงมากระแทกผิวหน้าของน้ำมันในถังเหมือนน้ำตก การกระแทกและปั่นป่วนนี้จะกักเก็บอากาศ (Air entrainment) และตีน้ำมันให้กลายเป็นโฟมฟองอากาศจำนวนมาก

02.jpeg

ภาพ ท่อน้ำมันไหลกลับติดตั้งไม่เหมาะสม

   4. ระดับน้ำมันในถังพักต่างเกินไป (Low Oil Levels)

     การปล่อยให้น้ำมันไฮดรอลิกในถังพัก (Reservoir) อยู่ในระดับที่ต่ากว่าเกณฑ์มาตรฐาน เมื่อน้ำมันเหลือน้อย แต่ปั๊มยังคงต้องดูดน้ำมันด้วยความเร็ว และอัตราการไหลเท่าเดิม ความเร็วในการดูดที่ผิวหน้าน้ำมันจะสร้าง กระแสน้าวน (Vortex) คล้ายกับน้ำวนในอ่างล้างหน้า กระแสน้ำวนนี้จะกลืนและม้วนเอาอากาศจากด้านบนถังส่งตรงลงไปยังท่อดูดของปั๊มอย่างต่อเนื่อง

03.jpeg

ภาพ ท่อน้ำมันไหลกลับติดตั้งไม่เหมาะสม

กลไกการเกิดไมรโคร (Micro dieseling) มี 4 ขั้นตอนตามหลักฟิสิกส์ ดังนี้

04.jpeg

1

2

3

4

   2. การอัดตัวอย่างรวดเร็ว (Rapid Compression) เมื่อฟองอากาศเหล่านี้ถูกปั๊มไฮดรอลิกดูด และส่งต่อไปยังฝั่งที่มีความดันสูง (High Pressure Zone) เช่น ความดันที่ 200 300 บาร์ ฟองอากาศจะถูกบีบให้อัดตัวเล็กลงอย่างกะทันหัน

   1. อากาศหลุดเข้าสู่ระบบ (Aeration) เกิดฟองอากาศขนาดเล็กปะปนเข้าไปในน้ำมันไฮดรอลิก (มักเกิดจากรอยรั่วท่อทางดูด, ซีลเพลาปั๊มเสื่อม, หรือระดับน้ำมันในถังพักต่าจนเกิดน้ำวน)

   4. การจุดระเบิดจิ๋ว (Micro combustion) ความร้อนที่สูงเกินจุดวาบไฟ (Flash Point) นี้ จะทาปฏิกิริยากับโมเลกุลของน้ำมันไฮดรอลิกที่อยู่รอบ ๆ ฟองอากาศ เกิดเป็นกระบวนการเผาไหม้และระเบิดขึ้นภายในเนื้อน้ำมัน

   3. อุณหภูมิพุ่งสูงฉับพลัน (Adiabatic Compression) อุณหภูมิพุ่งสูงฉับพลัน (Adiabatic Compression) ตามกฎทางเทอร์โมไดนามิกส์ เมื่อแก๊สหรืออากาศถูกบีบอัดอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการถ่ายเทความร้อนออกสู่ภายนอก อุณหภูมิภายในฟองอากาศจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล โดยสามารถสูงได้ถึง 1,000 °C ถึง 2,000 °C ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที

ผลกระทบต่อระบบไฮดรอลิก

   น้ำมันเปลี่ยนเป็นสีดำ และมีกลิ่นไหม้ การเผาไหม้จะสร้างอนุภาคคาร์บอนหรือเขม่าดำ ทำให้น้ำมันเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วและสูญเสียคุณสมบัติการหล่อลื่น

05.jpeg
06.jpeg

ภาพ น้ำมันเปลี่ยนเป็นสีดำและมีกลิ่นไหม้

07.jpeg
08.jpeg
09.jpeg

แนวทางการแก้ไขปัญหาไมโครดีเซลลิง (Micro dieseling)

ต้องทำ 2 ส่วนควบคู่กัน คือ การแก้ไขที่ต้นเหตุ (กาจัดอากาศ) และ การฟื้นฟูระบบ (กาจัดสิ่งปนเปื้อน) โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. กาจัดจุดที่อากาศรั่วเข้าสู่ระบบ (Eliminate Air Ingestion)

1.1  ขันแน่นและเปลี่ยนซีลจุดข้อต่อ ตรวจสอบท่อทางดูด (Suction line) ของปั๊ม ขันข้อต่อให้แน่น และเปลี่ยนซีลเพลาปั๊ม (Pump shaft seal) ที่เสื่อมสภาพทันที เพราะเป็นจุดหลักที่ดูดอากาศเข้า

1.2  เติมน้ำมันให้ได้ระดับรักษา checker fluid ในถังพัก (Reservoir) ให้อยู่ในระดับมาตรฐานเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรวยน้ำมันวน (Vortex) ที่จะดูดอากาศจากเหนือน้ำมันเข้าไป

1.3  ปรับวาล์วควบคุมน้ำหนัก (Counterbalance Valve) ในกรณีที่กระบอกสูบเคลื่อนที่ลงเร็วเกินไปจนเกิดสุญญากาศภายใน ให้ปรับตั้งวาล์วควบคุมน้ำหนักเพื่อหน่วงให้ปั๊มจ่ายน้ำมันทันการเคลื่อนที่

1.4  ไล่ลมหลังซ่อมบำรุง (Bleed Air) ทุกครั้งที่เปลี่ยนชิ้นส่วนหรือเปลี่ยนน้ำมัน ต้องเปิดวาล์วไล่ลม (Bleed valve) ที่จุดสูงสุดของระบบและที่ตัวกระบอกสูบ เพื่อไล่อากาศที่ค้างอยู่ออกให้หมดก่อนเดินเครื่องเต็มกำลัง

2. ปรับปรุงสภาพถังพักน้ำมัน (Optimize Reservoir Design)

2.1  ยืดเวลาให้น้ำมันพัก (Residence Time) ตรวจสอบให้แน่ใจว่าขนาดถังพักใหญ่พอ (ประมาณ 3 5 เท่าของอัตราการไหลปั๊มต่อนาที) เพื่อให้น้ำมันมีเวลาลอยฟองอากาศออกก่อนถูกดูดไปใช้งานอีกรอบ

2.2  ติดตั้งแผ่นกั้น (Baffle Plate) ถังพักต้องมีแผ่นกั้นระหว่างท่อน้ำมันไหลกลับ (Return) และท่อดูด (Suction) เพื่อช่วยแยกฟองอากาศและลดความปั่นป่วนของน้ำมัน

2.3  จุ่มท่อคืนน้ำมันให้ลึก ปลายท่อน้ำมันไหลกลับต้องอยู่ลึกต่ำกว่าระดับน้ำมันขั้นต่ำเสมอ เพื่อไม่ให้น้ำมันที่ไหลกลับตกลงมากระแทกจนเกิดโฟม

3. การฟื้นฟูน้ำมันและทำความสะอาดระบบ (System Flushing & Remediation)

3.1  ล้างระบบ (Flushing) หากน้ำมันกลายเป็นสีดำหรือมีกลิ่นไหม้ ต้องถ่ายน้ำมันเก่าออก นำสารเคมีล้างระบบผสมน้ำมันใหม่วิ่งหมุนเวียนเพื่อล้างคราบยางเหนียว (Varnish) ออกจากวาล์วและผนังท่อ

3.2  เปลี่ยนไส้กรองและใช้กรอง Varnish เปลี่ยนไส้กรองไฮดรอลิกทั้งหมด และหากระบบมีความร้อนสูงสะสม ควรติดตั้งชุดกรองพิเศษประเภท Off line Varnish Removal เพื่อดักจับคราบยางเหนียวขนาดเล็กซับไมครอน

3.3  เลือกใช้น้ำมันที่มีสารกันฟองสูง เมื่อเปลี่ยนน้ามันใหม่ ให้เลือกน้ำมันไฮดรอลิกเกรดพรีเมียมที่มีคุณสมบัติต้านทานการเกิดโฟม (Anti foam) และสามารถแยกตัวออกจากอากาศได้รวดเร็ว (Air release properties)

QR-HYD.png

แผนก  Hydraulic

 

Email : sales.hyd@pneumax.co.th

โทรศัพท์ : 02-726-8000 ต่อ  575, 710

Line-HYD_Artboard 36.png
bottom of page