BECKER VACUUM PUMPS
ปั๊มสุญญากาศเยอรมัน ที่เปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมโลก
จากเยอรมนีสู่โรงงานอุตสาหกรรมทั่วโลก: เทคโนโ ลยีสุญญากาศที่ไม่ง้อน้ำมันหล่อลื่น

ROTARY VANE VACUUM PUMPS
DRY -RUNNING (OIL-FREE)
เมื่อน้ำมันหลอลื่น(lubricant oil)กลายเป็นปัญหา
ลองนึกภาพสายการผลิตในโรงงานขนาดใหญ่ที่หยุดชะงักกลางดึก ไม่ใช่เพราะไฟดับหรือวัตถุดิบหมด แต่เพราะปั๊มสุญญากาศหยุดทำงาน และต้นเหตุก็แสนน่าเบื่อ คือน้ำมันหล่อลื่นเก่าที่ไม่ได้เปลี่ยนตามกำหนด
นั่นคือปัญหาที่อุตสาหกรรมทั่วโลกเผชิญอยู่นานหลายทศวรรษ ปั๊มสุญญากาศแบบดั้งเดิมต้องพึ่งน้ำมัน และน้ำมันนั้นก็นำมาซึ่งภาระที่ตามมาทั้งหมด ทั้งค่าน้ำมันเกรดพิเศษ ค่าแรงช่างเปลี่ยนถ่าย ค่ากำจัดน้ำมันเสียตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม และไอน้ำมันที่ฟุ้งกระจายในอากาศ คุกคามทั้งสุขภาพคนงาน คุณภาพสินค้า และความสะอาดของสายการผลิต
ทางแก้ปัญหาที่แท้จริงมาจากเมืองวุพเพอร์ทาล (Wuppertal) ประเทศเยอรมนี ในรูปแบบของบริษัทที่ชื่อว่า Gebr. Becker GmbH ซึ่งทำธุรกิจด้านระบบสุญญากาศมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1885 หรือกว่า 140 ปีก่อน Becker ไม่ได้เพียงแค่ปรับปรุงปั๊มสุญญากาศ แต่พลิกกระบวนทัศน์ทั้งหมด ด้วยการนำ "แผ่นคาร์บอนกราไฟต์" มาแทนที่น้ำมันโดยสิ้นเชิง สร้างปั๊มสุญญากาศที่ทำงานแบบ Dry-running vane carbon ซึ่งหล่อลื่นตัวเองได้โดยไม่ต้องง้อน้ำมันแม้แต่หยดเดียว
กลศาสตร์แห่งความแม่นยำ: เครื่องจักรทำงานอย่างไร?
หัวใจของปั๊มสุญญากาศโรตารีเวนแบบแห้งคือโรเตอร์ทรงกระบอกที่ถูกติดตั้งแบบ "เยื้องศูนย์" ภายในเสื้อปั๊มที่มีความแม่นยำสูง บนโรเตอร์จะมีร่องสำหรับใส่แผ่นคาร์บอน เมื่อมอเตอร์หมุน แรงหนีศูนย์กลางจะผลักแผ่นคาร์บอนให้กางออกไปแนบกับผนังด้านใน เกิดเป็นห้องปิดรูปเสี้ยวพระจันทร์
เพราะโรเตอร์ไม่ได้อยู่ตรงกลาง ห้องเหล่านั้นจึงขยายและหดตัวตลอดเวลา เมื่อห้องขยาย อากาศถูกดูดเข้า เมื่อห้องหด อากาศถูกบีบอัดและดันออกผ่านท่อระบาย ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องโดยไม่มีการสัมผัสระหว่างโลหะกับโลหะเลยแม้แต่น้อย
แล้วแผ่นคาร์บอนเกี่ยวอะไร? ขณะที่แผ่นคาร์บอนเสียดสีกับผนังโลหะ มันจะสึกหรออย่างช้ามาก อนุภาคคาร์บอนกราไฟต์ขนาดเล็กที่หลุดออกมาจะเคลือบผิวสัมผัสทุกจุด ทำหน้าที่เป็น "สารหล่อลื่นแห้ง" นั่นเอง ไม่มีน้ำมัน ไม่มีไอระเหย แต่เครื่องกลับทำงานได้อย่างราบรื่นตลอด 24 ชั่วโมง
สามซีรีส์ สามระดับ สำหรับทุกขนาดอุตสาหกรรม
Becker ออกแบบปั๊มสุญญากาศออกเป็นสามรุ่นหลัก แต่ละรุ่นตอบโจทย์สเกลที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ซีรีส์ VT: เงียบ กะทัดรัด เหมาะกับงานละเอียด

VT คือปั๊มขนาดเล็กที่สุดในตระกูล อัตราการไหล 2.8 ถึง 28 CFM เสียงเพียง 61-72 dB(A) ซึ่งเบากว่าเสียงสนทนาในห้องประชุม เหมาะกับห้องแล็บ เครื่องมือแพทย์ หุ่นยนต์แขนกลขนาดเล็ก และเครื่องบรรจุภัณฑ์ในพื้นที่จำกัด

ซีรีส์ KVT: ขนาดกลาง แต่แกร่งระดับอุตสาหกรรม

KVT คือตัวเชื่อมระหว่างขนาดเล็กกับขนาดใหญ่ อัตราการไหล 55-154 m³/h ออกแบบมาเพื่อการทำงานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงที่ระดับสุญญากาศ 100 mbar absolute นิยมใช้ในงานบรรจุภัณฑ์ชั้นรอง เครื่อง CNC ขนาดกลาง และงานขนถ่ายวัสดุ

ซีรีส์ VTLF: สำหรับงานหนัก

VTLF คือยักษ์ใหญ่ของตระกูล อัตราการไหลสูงถึง 178-570 m³/h เหมาะกับ CNC Router ขนาดใหญ่ที่ต้องจับยึดแผ่น MDF พรุนๆ หรือระบบสุญญากาศส่วนกลางที่จ่ายแรงดูดให้เครื่องจักรหลายตัวพร้อมกัน

ปั๊มนี้เขาใช้กันที่ไหนบ้าง?
ความหลากหลายของซีรีส์ VT, KVT และ VTLF ทำให้ Becker แทรกตัวอยู่แทบทุกอุตสาหกรรม
-
อุตสาหกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์: ดูดถุงให้กางเปิดเพื่อเติมสินค้า หยิบจับแพ็คเกจด้วยหุ่นยนต์ Pick & Place และหมุนเวียนก๊าซบรรยากาศเพื่อยืดอายุอาหาร ทั้งหมดนี้ต้องไร้น้ำมันโดยสิ้นเชิงเพื่อป้องกันการปนเปื้อน
-
งานไม้และ CNC Router: VTLF ดูดอากาศเร็วกว่าที่จะซึมผ่านแผ่น MDF พรุน จึงรักษาแรงกดล็อกชิ้นงานไว้ได้แม้วัสดุจะรั่วซึมตลอดเวลา
-
เทคโนโลยีการแพทย์: จ่ายแรงดูดสำหรับที่นอนสุญญากาศล็อกตำแหน่งผู้ป่วย, เครื่อง EECP กระตุ้นการไหลเวียนเลือด, และดูดสารคัดหลั่งในคลินิก
-
อุตสาหกรรมการพิมพ์: ป้อนกระดาษทีละแผ่นด้วยแรงดูด เป่าแยกกระดาษไม่ให้ติดกัน และสร้างเบาะอากาศปกป้องน้ำหมึกสด
-
พลาสติกและอิเล็กทรอนิกส์: ดึงอากาศออกจากแม่พิมพ์ Thermoforming และจับยึดชิ้นส่วนจิ๋วในสาย PCB Assembly
วิธีเลือกปั๊มให้ถูกรุ่น: ไม่ใหญ่เกิน ไม่เล็กเกิน
ความผิดพลาดสองด้านที่วิศวกรมักเจอคือ เลือกเล็กเ กินไปแล้วปั๊มสู้งานไม่ไหว หรือเลือกใหญ่เกินไปแล้วสูญเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ หลักการง่ายๆ คือ ซีรีส์ VT สำหรับงานเฉพาะจุดขนาดเล็ก KVT สำหรับสายการผลิตขนาดกลาง และ VTLF สำหรับเครื่อง CNC ขนาดใหญ่หรือระบบศูนย์กลาง
ปัจจัยที่ต้องคำนึงนอกเหนือจากขนาดได้แก่ ความชื้นในสภาพแวดล้อม (หากมีไอน้ำสูงมากอาจต้องขอเคลือบป้องกันสนิมพิเศษ) และรอบเวลาการทำงาน ซึ่ง KVT และ VTLF ออกแบบมาให้รันต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง 7 วัน ได้โดยไม่ต้องพักเลย
การบำรุงรักษา: น้อยแต่ต้องทำให้ถูกวิธี
1. จัดการตัวกรองอากาศ
ศัตรูอันดับหนึ่งของปั๊มคือฝุ่นและเศษผง ตรวจสอบไส้กรองทุก 40-200 ชั่วโมง วิธีตรวจที่ถูกคือถอดไส้กรองออกแล้วส่องไฟฉายเข้าไป ถ้าแสงไม่ทะลุ แสดงว่าตันสนิท ต้องเปลี่ยนทันที ทำความสะอาดด้วยลมเป่าได้สูงสุดแค่ 4 ครั้ง หลังจากนั้นหรือครบ 1 ปี ต้องเปลี่ยนใหม่เสมอ
2. อัดจาระบีตลับลูกปืน
แม้ห้องอัดอากาศจะแห้งสนิท แต่ตลับลูกปืนภายนอกยั งต้องการจาระบีเกรดพิเศษของ Becker อย่างสม่ำเสมอ รุ่นเล็ก (KVT 3.60/3.80) อัดจาระบีขณะปิดเครื่อง รุ่นกลาง (KVT 3.100/3.140) อัดขณะเครื่องกำลังหมุน ทุก 2,000 ชั่วโมง รุ่นใหญ่ (VTLF 2.400/2.500) อัดทุก 3,000 ชั่วโมง
3. ตรวจและเปลี่ยนแผ่นคาร์บอน
เปิดฝาวัดความสูงแผ่นคาร์บอนทุก 3,000 ชั่วโมง ค่า Minimum Height จะติดอยู่บนสติกเกอร์ข้างตัวเครื่อง ถ้าความสูงลดลงถึงค่านั้น ต้องเปลี่ยน "ยกชุด" ห้ามเปลี่ยนบางแผ่น และที่สำคัญมากคือ ทิศทางการใส่ ด้านขอบลาดเอียง (Beveled edge) ต้องหันเข้าหาผนัง ถ้าใส่กลับด้าน แผ่นคาร์บอนจะแตกทันทีที่สตาร์ทเครื่อง
มหันตภัย: แผ่นคาร์บอนปลอม
ตลาดอุตสาหกรรมกำลังเผชิญกับอะไหล่เลียนแบบที่อ้างว่าใช้แทนของแท้ได้ในราคาถูกกว่า แต่ผลที่ตามมาอาจเป็นหายนะ
-
Washboarding: แผ่นปลอมสึกไม่สม่ำเสมอ กัดกร่อนผนังเสื้อปั๊มจนเป็นรอยคลื่น เมื่อเสื้อปั๊มพัง ปั๊มตัวนั้นกลายเป็นของทิ้ง
-
พองตัวติดขัด: เรซินคุณภาพต่ำทนความร้อนต่อเนื่องไม่ได้ พองและติดตายในร่องโรเตอร์
-
ระเบิดในเครื่อง: แผ่นเปราะแตกขณะหมุนหลายพันรอบ เศษคาร์บอนทำลายโรเตอร์และเสื้อปั๊มในพริบตา
บริษัท นิวแม็ก จำกัด (Pneumax Co., Ltd.) ก่อตั้งตั้งแต่ปี 2519 คือตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของ Becker ในไทย สำนักงานใหญ่อยู่ที่เขตประเวศ กรุงเทพฯ พร้อมสาขาครอบคลุมนิคมอุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ ระยอง ชลบุรี อมตะนคร สระบุรี สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา และนครปฐม
การมีสาขาใกล้นิคม EEC และแหล่งอุตสาหกรรมหนัก ทำให้ทีมวิศวกรนิวแม็กสามารถตอบสนองเหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว นำเครื่องสำรองเข้าแทนระหว่างรอซ่อม และส่งอะไหล่แท้ตรงจากเยอรมนีถึงมือลูกค้าโดยไม่ผ่านคนกลาง นอกจากนี้ยังจัดสัมมนาให้ความรู้แก่วิศวกรโรงงานอยู่สม่ำเสมอ

